เทคนิคปิดการขายบ้าน: คู่มือฉบับนักขายมืออาชีพ

เทคนิคปิดการขายบ้าน: คู่มือฉบับนักขายมืออาชีพ

รวมเทคนิคปิดการขายบ้าน คอนโด ที่ใช้ได้ผลจริง พร้อม script และวิธีรับมือข้อโต้แย้ง สำหรับนักขายอสังหา

Kaipung Team 16 นาที

เทคนิคปิดการขายบ้าน: คู่มือฉบับนักขายมืออาชีพ

นักขายกำลังจับมือกับลูกค้าหลังปิดการขายสำเร็จ

“พี่จะโทรกลับมานะคะ”

ประโยคนี้ทำให้นักขายหลายคนใจแป้ว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่พูดแบบนี้ ไม่โทรกลับมาจริง

นักขายหลายคนเจอปัญหานี้ ทำทุกอย่างดีหมด ลูกค้าสนใจ ถามเยอะ แต่สุดท้าย… ไม่ปิด

ปัญหาไม่ใช่ว่าขายไม่เก่ง แต่คือ ไม่กล้าปิด

บทความนี้รวบรวมเทคนิคปิดการขายที่นักขายอสังหาใช้ได้ผลจริง เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือนักขายอสังหาริมทรัพย์ฉบับสมบูรณ์


สารบัญ

  1. ทำไมนักขายหลายคนไม่กล้าปิด
  2. สัญญาณว่าลูกค้าพร้อมซื้อ
  3. 10 เทคนิคปิดการขาย
  4. วิธีรับมือข้อโต้แย้ง
  5. สิ่งที่ต้องทำหลังปิดการขาย
  6. สรุป

ทำไมนักขายหลายคนไม่กล้าปิด

1. กลัวถูกปฏิเสธ

นี่คือสาเหตุอันดับ 1

คิดว่าถ้าถามปิด แล้วลูกค้าบอก “ไม่” จะอาย จะเสียลูกค้า

ความจริง: ถ้าไม่ถามปิด ลูกค้าก็ไปซื้อที่อื่นอยู่ดี เสียลูกค้าเหมือนกัน

2. รอให้ลูกค้าบอกเอง

หวังว่าลูกค้าจะพูดว่า “จองเลยค่ะ” โดยไม่ต้องถาม

ความจริง: ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการให้นักขาย lead โดยเฉพาะการซื้อบ้านครั้งแรก

3. ไม่รู้ว่าควรถามตอนไหน

ถามเร็วไป กลัวดัน ถามช้าไป ลูกค้าไปแล้ว

ความจริง: มีสัญญาณที่บอกได้ว่าลูกค้าพร้อม (จะอธิบายในส่วนถัดไป)

4. ไม่มี script

ไม่รู้จะพูดอะไร เลยเงียบ

ความจริง: มี script หลายแบบที่ใช้ได้ ไม่ต้องคิดเอง


สัญญาณว่าลูกค้าพร้อมซื้อ

ก่อนจะปิด ต้องอ่านสัญญาณให้ออกก่อน

สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกค้าพร้อมซื้อ

สัญญาณทางคำพูด

ถามเรื่องราคา/โปรโมชั่น:

  • “ตอนนี้มีโปรฯ อะไรบ้าง?”
  • “ลดได้อีกไหม?”
  • “ถ้าจองวันนี้ได้อะไรบ้าง?”

ถามเรื่องขั้นตอน:

  • “จองต้องใช้เอกสารอะไร?”
  • “วางเงินเท่าไหร่?”
  • “กี่วันถึงจะเซ็นสัญญา?”

ถามเรื่องสินเชื่อ:

  • “ธนาคารไหนผ่านง่าย?”
  • “ผ่อนเดือนละเท่าไหร่?”
  • “ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงกู้ผ่าน?”

ถามเรื่องอนาคต:

  • “เฟอร์นิเจอร์ใส่เองได้ไหม?”
  • “ค่าส่วนกลางเท่าไหร่?”
  • “โอนได้เมื่อไหร่?”

สัญญาณทางพฤติกรรม

  • พาครอบครัว/คนตัดสินใจมาดูซ้ำ
  • ถ่ายรูปเยอะ วัดห้อง
  • ถามละเอียดมาก
  • มาดูหลายรอบ
  • เปรียบเทียบกับคู่แข่งตรงหน้า

สัญญาณทางอารมณ์

  • ตื่นเต้น พูดเร็ว
  • ยิ้มบ่อย
  • พูดว่า “บ้านนี้น่าอยู่”
  • จินตนาการว่าจะตกแต่งยังไง

เห็นสัญญาณเหล่านี้ = ถึงเวลาปิด


10 เทคนิคปิดการขาย

10 เทคนิคปิดการขายสำหรับนักขายอสังหา

1. Assumptive Close (สมมติว่าซื้อแล้ว)

หลักการ: พูดเหมือนลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว

ตัวอย่าง:

“พี่ต้องการห้อง 2 นอน หรือ 3 นอนครับ?”

“พี่จะใช้สินเชื่อธนาคารไหนครับ?”

“พี่สะดวกรับโอนช่วงไหนครับ ต้นปี หรือกลางปี?”

เมื่อไหร่ใช้: ลูกค้าดูพร้อมแล้ว แค่ยังไม่พูดออกมา


2. Alternative Close (ให้เลือก)

หลักการ: ให้ลูกค้าเลือกระหว่าง 2 ตัวเลือก (ไม่ใช่ ซื้อ/ไม่ซื้อ)

ตัวอย่าง:

“พี่สนใจห้องชั้น 10 หรือชั้น 15 ครับ?”

“พี่จะจองวันนี้ หรือมาเซ็นพรุ่งนี้ดีครับ?”

“พี่จะชำระด้วยโอน หรือเช็คครับ?”

เมื่อไหร่ใช้: ลูกค้าสนใจหลายตัวเลือก ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น


3. Urgency Close (สร้างความเร่งด่วน)

หลักการ: บอกเหตุผลว่าทำไมควรตัดสินใจเร็ว

ตัวอย่าง:

“ห้องนี้เหลือห้องเดียวแล้วครับ มีคนจองไปหมดแล้ว”

“โปรฯ นี้หมดสิ้นเดือนนี้ครับ หลังจากนั้นไม่มีส่วนลดนี้แล้ว”

“พรุ่งนี้จะมีลูกค้าอีกรายมาดูห้องนี้ครับ”

เมื่อไหร่ใช้: มี scarcity จริง (ห้องเหลือน้อย, โปรฯ หมด)

ข้อควรระวัง: ต้องเป็นความจริง ไม่โกหก


4. Summary Close (สรุปให้ฟัง)

หลักการ: สรุปสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แล้วถามปิด

ตัวอย่าง:

“สรุปนะครับพี่ พี่ต้องการ:

  • ห้อง 2 นอน 2 น้ำ
  • ชั้น 10 ขึ้นไป
  • ใกล้ลิฟต์
  • งบไม่เกิน 3 ล้าน

ห้องนี้ตรงทุกข้อเลยครับ จะจองเลยไหมครับ?”

เมื่อไหร่ใช้: หลังจากคุยมาสักพัก ลูกค้ายังไม่ตัดสินใจ


5. Question Close (ถามเพื่อปิด)

หลักการ: ถามคำถามที่นำไปสู่การปิด

ตัวอย่าง:

“พี่มีอะไรสงสัยเพิ่มเติมไหมครับ? ถ้าไม่มี ผมเตรียมเอกสารจองให้เลยนะครับ”

“พี่ชอบห้องนี้ใช่ไหมครับ? ถ้าชอบ จองไว้ก่อนดีกว่านะครับ”

“มีอะไรที่ทำให้พี่ยังลังเลอยู่ไหมครับ?”

เมื่อไหร่ใช้: ต้องการเช็คว่าลูกค้ามีข้อกังวลอะไร


6. Trial Close (ทดลองปิด)

หลักการ: ทดลองถามปิดเบาๆ ดูปฏิกิริยา

ตัวอย่าง:

“ถ้าราคาลงมาอีกนิดนึง พี่จะจองเลยไหมครับ?”

“ถ้าได้ห้องชั้นที่พี่ต้องการ พี่พร้อมจองไหมครับ?”

“สมมติว่าสินเชื่อผ่าน พี่จะซื้อห้องนี้ใช่ไหมครับ?”

เมื่อไหร่ใช้: ต้องการเช็คว่าลูกค้าพร้อมแค่ไหน


7. Direct Close (ถามตรงๆ)

หลักการ: ถามตรงๆ ว่าจะซื้อไหม

ตัวอย่าง:

“พี่พร้อมจองวันนี้เลยไหมครับ?”

“จองเลยนะครับ?”

“ผมเตรียมเอกสารให้เลยนะครับ”

เมื่อไหร่ใช้: ลูกค้าแสดงสัญญาณชัดเจนว่าพร้อม

ข้อควรระวัง: ต้องอ่านสถานการณ์ให้ดี ไม่ใช่ถามตอนลูกค้ายังไม่พร้อม


8. Ben Franklin Close (ชั่งน้ำหนัก)

หลักการ: ช่วยลูกค้าเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย

ตัวอย่าง:

“มาลองดูกันครับว่าห้องนี้ดียังไง

ข้อดี:

  • ทำเลใกล้รถไฟฟ้า
  • ราคาต่อตารางเมตรต่ำสุดในย่านนี้
  • โปรฯ ลดค่าโอน
  • ห้องเหลือน้อย

ข้อที่ต้องพิจารณา:

  • รอโอน 1 ปี

จากข้อดี-ข้อพิจารณา พี่คิดว่ายังไงครับ?”

เมื่อไหร่ใช้: ลูกค้าลังเล ไม่แน่ใจ


9. Puppy Dog Close (ให้ทดลอง)

หลักการ: ให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อน

ตัวอย่าง:

“พี่มาดูห้องจริงอีกทีไหมครับ? ลองนั่งในห้อง จินตนาการว่าอยู่จริง”

“พี่ลองวัดดูครับ เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่ใส่ได้พอดีไหม”

“พี่ถ่ายรูปไปให้ครอบครัวดูก่อนก็ได้ครับ”

เมื่อไหร่ใช้: ลูกค้ายังไม่แน่ใจ อยากให้เขาผูกพันกับสินค้า


10. Bonus Close (ให้ของแถม)

หลักการ: เสนอ bonus ถ้าจองวันนี้

ตัวอย่าง:

“ถ้าพี่จองวันนี้ ผมของแถมเครื่องใช้ไฟฟ้าชุดนี้ให้เลยครับ”

“จองภายในอาทิตย์นี้ ฟรีค่าโอน”

“พี่เป็นลูกค้าดี ผมขอผู้จัดการให้ส่วนลดพิเศษให้อีก 50,000 ครับ”

เมื่อไหร่ใช้: ลูกค้าสนใจแต่ยังรอ bonus


วิธีรับมือข้อโต้แย้ง

เปรียบเทียบวิธีรับมือข้อโต้แย้ง แบบผิดและถูก

“ขอคิดดูก่อน”

ผิด: “ครับ พี่คิดดูนะครับ”

ถูก:

“ครับพี่ เข้าใจครับ ซื้อบ้านต้องคิดให้ดี ผมอยากถามว่า มีอะไรที่ทำให้พี่ยังลังเลอยู่บ้างไหมครับ? เผื่อผมช่วยตอบให้ได้"

"แพงไป”

ผิด: “จริงๆ ราคานี้คุ้มนะครับ”

ถูก:

“พี่เปรียบเทียบกับที่ไหนครับ? ผมอยากเข้าใจว่าพี่มองยังไง เผื่อผมหาทางช่วยได้”

หรือ:

“ถ้าราคาลงมาอีกสักเท่าไหร่ พี่ถึงจะพร้อมจองครับ?"

"ต้องปรึกษาคนอื่นก่อน”

ผิด: “ครับ ปรึกษาเสร็จแล้วโทรกลับมานะครับ”

ถูก:

“ครับพี่ เรื่องใหญ่ต้องปรึกษาครอบครัว พี่สะดวกพาคุณ [คนที่ต้องปรึกษา] มาดูด้วยกันไหมครับ? ผมจะได้ตอบคำถามให้ทุกคนเลย"

"ขอดูที่อื่นก่อน”

ผิด: “ครับ ดูเสร็จแล้วกลับมานะครับ”

ถูก:

“ครับพี่ ดูหลายที่ดีครับ จะได้เปรียบเทียบ แต่ห้องนี้เหลือไม่เยอะแล้วนะครับ ถ้าพี่สนใจจริง แนะนำให้จองไว้ก่อน ถ้าดูที่อื่นแล้วชอบกว่า ก็ขอเงินจองคืนได้ครับ"

"ยังไม่พร้อมตอนนี้”

ผิด: “ครับ พี่พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมานะครับ”

ถูก:

“ครับพี่ ผมเข้าใจครับ พี่คิดว่าประมาณช่วงไหนถึงจะพร้อมครับ? ผมจะติดตามให้ และแจ้งโปรฯ ดีๆ ให้ทราบ ขอเบอร์ LINE ไว้นะครับ”

เมื่อลูกค้าบอกว่ายังไม่พร้อม สิ่งสำคัญคือต้องมีระบบติดตามลูกค้าที่ดีเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในอนาคต


สิ่งที่ต้องทำหลังปิดการขาย

ปิดการขายได้ ≠ จบ ยังต้องดูแลลูกค้าตามขั้นตอนใน Pipelineจนกว่าจะโอนเสร็จ

1. ขอบคุณลูกค้า

“ขอบคุณมากครับพี่ที่ไว้วางใจเลือกโครงการเรา ผมจะดูแลพี่ตลอดจนกว่าจะได้รับบ้านครับ”

2. อธิบายขั้นตอนต่อไป

  • เอกสารที่ต้องเตรียม
  • Timeline การชำระเงิน
  • กำหนดโอน
  • ขั้นตอนสินเชื่อ

3. ติดตามหลังจอง

การติดตามหลังจองเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้ใช้ระบบ CRMบันทึกข้อมูลและตั้งเตือน:

  • ติดตามเรื่องสินเชื่อ
  • แจ้งความคืบหน้าการก่อสร้าง
  • ตอบคำถามเพิ่มเติม

4. ขอ Referral

หลังโอนเสร็จ:

“พี่พอใจกับบริการของผมไหมครับ? ถ้าพี่มีเพื่อนหรือคนรู้จักกำลังหาบ้าน แนะนำผมให้ด้วยนะครับ”


สรุป

การปิดการขายไม่ใช่เรื่องยาก ถ้า:

  1. อ่านสัญญาณให้ออก - รู้ว่าลูกค้าพร้อมเมื่อไหร่
  2. มีเทคนิคหลายแบบ - ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์
  3. รับมือข้อโต้แย้งได้ - ไม่ยอมแพ้ง่าย
  4. กล้าถามปิด - ไม่กลัวถูกปฏิเสธ
  5. ดูแลหลังขาย - สร้าง referral

Checklist ปิดการขาย

  • ✅ อ่านสัญญาณลูกค้า - พร้อมซื้อหรือยัง?
  • ✅ เลือกเทคนิคที่เหมาะสม
  • ✅ ถามปิด - อย่ารอให้ลูกค้าพูดเอง
  • ✅ รับมือข้อโต้แย้ง - ไม่ใช่แค่ตอบ “ครับ”
  • ✅ ปิดได้ - อธิบายขั้นตอนต่อไป
  • ✅ ติดตามหลังจอง - จนกว่าจะโอน
  • ✅ ขอ Referral - หลังลูกค้าพอใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พร้อมปิดการขายได้มากขึ้น?

ลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน →

ติดตามลูกค้าไม่ให้หลุด รู้ว่าใครพร้อมปิด ด้วยระบบ Pipeline ที่ใช้งานง่าย


บทความโดย Kaipung (ขายปัง) - ระบบติดตามลูกค้าสำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์


บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?

ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี