วิธีติดตามลูกค้าซื้อบ้าน A-Z (ไม่ให้หลุดแม้แต่คนเดียว)
เรียนรู้ระบบติดตามลูกค้าอสังหาที่ใช้ได้ผลจริง ตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันปิดการขาย พร้อม script และ template
วิธีติดตามลูกค้าซื้อบ้าน A-Z (ไม่ให้หลุดแม้แต่คนเดียว)

“พี่เคยมาดูบ้านกับหนูเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนค่ะ พี่ตัดสินใจยังไงบ้าง?”
“อ๋อ… ซื้อที่อื่นแล้วค่ะ เมื่อวานเพิ่งจองไป”
นักขายหลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ และทุกครั้งมันเจ็บ
ไม่ใช่เพราะลูกค้าไม่ชอบบ้านเรา แต่เพราะ ลืมติดตาม
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยระบบ บทความนี้จะแชร์วิธีติดตามลูกค้าที่ใช้ได้ผลจริง เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือนักขายอสังหาริมทรัพย์ฉบับสมบูรณ์
สารบัญ
- ทำไมลูกค้าถึงหลุด
- หลักการติดตามที่ถูกต้อง
- ระบบ 7 วันแรก
- ติดตามตาม Stage
- Script โทรติดตาม
- เครื่องมือช่วยติดตาม
- ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
- สรุป
ทำไมลูกค้าถึงหลุด
ก่อนจะแก้ปัญหา ต้องเข้าใจสาเหตุก่อน
สาเหตุหลักที่ลูกค้าหลุด

1. นักขายลืมติดตาม
นี่คือสาเหตุอันดับ 1
ลูกค้ามาดูบ้าน นักขายพูดคุยดีมาก แต่หลังจากนั้น… เงียบ
ลูกค้าก็ไม่โทรมาหาเอง เพราะยังไม่พร้อม กำลังเปรียบเทียบอยู่ แต่ถ้านักขายที่อื่นติดตามก่อน ก็ไปซื้อที่นั่น
2. ติดตามแบบไม่มี value
“พี่เป็นไงบ้างครับ?” “พี่ตัดสินใจยังไงบ้างครับ?”
ถามแบบนี้ทุกครั้ง ลูกค้าก็เบื่อ
3. ติดตามถี่เกินไป
โทรทุกวัน LINE ทุกชั่วโมง = รำคาญ = block
4. จำข้อมูลลูกค้าไม่ได้
ลูกค้าโทรมา นักขายถาม “พี่มาดูบ้านวันไหนครับ?” = เสียความน่าเชื่อถือ
5. ลูกค้าเปลี่ยนใจจริงๆ
มีบ้างที่ลูกค้าเปลี่ยนใจ แต่น้อยกว่าที่คิด
จาก 5 สาเหตุ 4 ข้อแก้ได้ด้วย ระบบ
หลักการติดตามที่ถูกต้อง
กฎ 3 ข้อที่ต้องจำ
1. ติดตามเร็ว
ยิ่งติดตามเร็ว โอกาสปิดยิ่งสูง
| ติดตามภายใน | โอกาสปิดการขาย |
|---|---|
| 5 นาที | สูงมาก |
| 30 นาที | สูง |
| 24 ชั่วโมง | ปานกลาง |
| 3 วัน | ต่ำลง |
| 7+ วัน | ต่ำ |
2. ติดตามอย่างมี value
ทุกครั้งที่ติดต่อ ต้องมีประโยชน์
ตัวอย่าง:
- ส่งโบรชัวร์เพิ่มเติม
- แจ้งโปรโมชั่นใหม่
- ส่งตารางผ่อน
- ตอบคำถามที่ค้างไว้
3. ติดตามสม่ำเสมอ
ไม่ใช่ติดตาม 2 ครั้งแล้วหยุด
ลูกค้าซื้อบ้านใช้เวลา 3-6 เดือน ต้องติดตามต่อเนื่อง
ระบบ 7 วันแรก
7 วันแรกหลังพบลูกค้า สำคัญที่สุด

Day 0: วันที่พบลูกค้า
ทำทันที:
- บันทึกข้อมูลลูกค้า (ชื่อ, เบอร์, LINE, ความต้องการ)
- ถ่ายรูปนามบัตร (ถ้ามี)
- จดประเด็นสำคัญที่คุย
ก่อนกลับบ้าน:
- ตั้ง reminder สำหรับวันพรุ่งนี้
- เตรียมข้อมูลที่จะส่งให้ลูกค้า
Day 1: วันถัดมา
ช่วงเช้า (9:00-10:00):
ส่ง LINE / SMS:
“สวัสดีครับพี่ [ชื่อ] ผม [ชื่อ] จากโครงการ [ชื่อ] ครับ
ขอบคุณที่มาดูบ้านเมื่อวานนะครับ
ผมส่งโบรชัวร์และราคาห้องที่พี่สนใจมาให้ครับ [แนบไฟล์]
มีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ทักมาได้เลยนะครับ”
ช่วงบ่าย (14:00-15:00):
โทรติดตาม:
“สวัสดีครับพี่ ผม [ชื่อ] จากโครงการ [ชื่อ] ครับ พี่ได้รับไฟล์ที่ผมส่งไปหรือยังครับ? มีอะไรอยากถามเพิ่มเติมไหมครับ?”
Day 3: วันที่ 3
ส่งข้อมูลเพิ่มเติม:
“สวัสดีครับพี่
ผมส่งตารางผ่อนของห้องที่พี่สนใจมาให้ดูครับ กู้ [จำนวน] ล้าน ผ่อนประมาณ [จำนวน]/เดือน
ถ้าพี่สะดวก มาดูห้องจริงอีกทีไหมครับ? ว่างวันไหนบ้างครับ”
Day 5: วันที่ 5
เช็คความคืบหน้า:
“สวัสดีครับพี่
พี่ได้ลองคำนวณยอดผ่อนดูหรือยังครับ? ถ้ามีคำถามเรื่องสินเชื่อ ผมช่วยตอบได้ครับ
ตอนนี้โครงการเรามีโปรฯ ลดค่าใช้จ่ายวันโอนด้วยนะครับ”
Day 7: วันที่ 7
สรุปและนัดหมาย:
“สวัสดีครับพี่
ครบ 1 สัปดาห์แล้วครับ พี่เป็นยังไงบ้าง?
สรุปตอนนี้:
- พี่สนใจห้อง [แบบ] ชั้น [X]
- ราคา [X] ล้าน
- โปรฯ ตอนนี้ได้ [ส่วนลด]
ถ้าพี่พร้อม นัดมาดูอีกทีแล้วจองได้เลยนะครับ ว่างวันไหนครับ?”
ติดตามตาม Stage
การแบ่งลูกค้าตาม stage เป็นหัวใจของSales Pipeline ลูกค้าแต่ละคนอยู่ stage ต่างกัน ต้องติดตามต่างกัน
Stage 1: ใหม่ (New Lead)
ลักษณะ: เพิ่งติดต่อครั้งแรก ยังไม่รู้จักเราดี
ติดตามทุก: 1-2 วัน
เป้าหมาย: สร้างความสัมพันธ์ + นัดมาดู
วิธีติดตาม:
- ส่งข้อมูลโครงการ
- ถามความต้องการเพิ่มเติม
- เชิญมาดู
Stage 2: สนใจ (Interested)
ลักษณะ: มาดูแล้ว แต่ยังไม่ตัดสินใจ
ติดตามทุก: 3-5 วัน
เป้าหมาย: ตอบข้อสงสัย + ให้ข้อมูลเพิ่ม
วิธีติดตาม:
- ส่งตารางผ่อน
- ตอบคำถามที่ค้าง
- แจ้งโปรโมชั่น
Stage 3: เปรียบเทียบ (Comparing)
ลักษณะ: กำลังดูที่อื่นด้วย
ติดตามทุก: 3-4 วัน
เป้าหมาย: แสดงจุดเด่น + สร้าง urgency
วิธีติดตาม:
- เปรียบเทียบจุดเด่นกับคู่แข่ง (อย่างเป็นกลาง)
- แจ้งว่าห้องเหลือน้อย
- เสนอ package พิเศษ
Stage 4: พร้อมซื้อ (Ready to Buy)
ลักษณะ: ถามเรื่องจอง/สินเชื่อ
ติดตามทุก: ทุกวัน
เป้าหมาย: ปิดการขาย ใช้เทคนิคปิดการขายที่เหมาะสม
วิธีติดตาม:
- ตอบคำถามทันที
- เตรียมเอกสาร
- นัดจอง
Stage 5: รอตัดสินใจ (Pending)
ลักษณะ: สนใจแต่ยังไม่พร้อม (รอขายบ้านเก่า, รอสินเชื่อผ่าน)
ติดตามทุก: 7-14 วัน
เป้าหมาย: รักษาความสัมพันธ์
วิธีติดตาม:
- ถามความคืบหน้าเบาๆ
- ส่งความสุขในโอกาสพิเศษ
- แจ้งข่าวโครงการ

Script โทรติดตาม
Script 1: ติดตามครั้งแรก (Day 1)
นักขาย: “สวัสดีครับพี่ [ชื่อ] ผม [ชื่อ] จากโครงการ [ชื่อ] ครับ พี่ได้รับไฟล์ที่ผมส่งไปเมื่อเช้าหรือยังครับ?”
ลูกค้า: “ได้แล้วค่ะ/ยังไม่ได้ดู”
นักขาย: “ครับ ผมส่งราคาห้องที่พี่สนใจไปให้นะครับ เดี๋ยวพี่ได้ดูแล้ว มีอะไรสงสัยทักมาได้เลยครับ หรือถ้าพี่ว่าง จะมาดูห้องจริงอีกทีก็ได้นะครับ”
Script 2: ติดตามเมื่อลูกค้าไม่รับสาย
ส่ง LINE:
“สวัสดีครับพี่ [ชื่อ]
ผมโทรหาพี่แต่พี่ไม่ว่างครับ ผมจะโทรหาพี่อีกทีวันพรุ่งนี้ช่วง [เวลา] นะครับ หรือถ้าพี่สะดวกเวลาไหน บอกผมได้เลยครับ
ขอบคุณครับ”
Script 3: ติดตามเมื่อลูกค้าบอกยังไม่พร้อม
ลูกค้า: “ยังไม่พร้อมค่ะ อีก 2-3 เดือนค่อยว่ากัน”
นักขาย: “ครับพี่ ไม่เป็นไรครับ ซื้อบ้านต้องพร้อมจริงๆ ผมขอติดต่อพี่เป็นระยะนะครับ เผื่อมีโปรฯ ดีๆ จะได้แจ้งให้ทราบ พี่ว่างประมาณช่วงไหนครับ ผมจะโทรหาอีกทีครับ”
Script 4: ติดตามเมื่อลูกค้ากำลังดูที่อื่น
ลูกค้า: “กำลังดูอยู่หลายที่ค่ะ”
นักขาย: “ครับพี่ ดูหลายที่ดีครับ จะได้เปรียบเทียบได้ ผมอยากถามว่าพี่มีจุดไหนที่กังวลเรื่องโครงการเราบ้างไหมครับ? เผื่อผมตอบให้ได้ จะได้ช่วยพี่ตัดสินใจง่ายขึ้น”
Script 5: กระตุ้นการตัดสินใจ
“พี่ครับ ผมแจ้งให้ทราบว่าห้องที่พี่สนใจ ชั้น [X] ตอนนี้เหลือแค่ 2 ห้องแล้วครับ และโปรโมชั่นนี้จะหมดสิ้นเดือนนี้ ถ้าพี่สนใจจริง แนะนำให้มาจองก่อนครับ พี่ว่างวันไหนครับ ผมจะจัดเตรียมให้”
เครื่องมือช่วยติดตาม
การเลือกระบบ CRM ที่เหมาะสมช่วยให้ติดตามลูกค้าได้ดีขึ้นอย่างมาก
วิธีที่ 1: สมุดจด (พื้นฐาน)
ข้อดี: ง่าย ไม่ต้องเรียนรู้
ข้อเสีย:
- หาข้อมูลยาก
- ลืม follow-up
- หาย = จบ
วิธีที่ 2: Excel/Google Sheets (กลาง)
ข้อดี: ฟรี คุ้นเคย
ข้อเสีย:
- ไม่มี reminder
- ต้อง update เอง
- ข้อมูลไม่ sync ข้ามอุปกรณ์
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้นักขายที่มีลูกค้า 50+ คน มักจะมีคนหลุดเป็นประจำ การใช้Lead Scoringช่วยจัดลำดับความสำคัญว่าควรติดตามใครก่อน
วิธีที่ 3: ระบบจัดการลูกค้า (แนะนำ)
ข้อดี:
- แจ้งเตือนอัตโนมัติ
- ดู Pipeline ได้ง่าย
- ประวัติการติดต่อครบ
- ใช้บนมือถือได้
ข้อเสีย:
- ต้องเรียนรู้
- มีค่าใช้จ่าย (บางระบบ)

ลอง Kaipung - ระบบติดตามลูกค้าที่ออกแบบมาสำหรับนักขายอสังหา มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ไม่พลาดการติดตาม ทดลองฟรี 14 วัน
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
1. ติดตามโดยไม่มีจุดประสงค์
❌ “พี่เป็นไงบ้างครับ?”
✅ “พี่ครับ ผมส่งตารางผ่อนมาให้ดูครับ กู้ 3 ล้าน ผ่อนประมาณ 15,000/เดือน”
2. ติดตามถี่เกินไป
❌ โทรทุกวัน + LINE ทุกชั่วโมง
✅ ติดตามตาม stage 3-7 วัน/ครั้ง (ยกเว้น Hot lead)
3. ไม่บันทึกข้อมูล
❌ จำเอาว่าลูกค้าต้องการอะไร
✅ จดทุกอย่าง:
- วันที่พบ
- สิ่งที่คุย
- ความต้องการ
- นัดครั้งต่อไป
4. ยอมแพ้เร็วเกินไป
❌ ติดตาม 2 ครั้งไม่ตอบ → เลิก
✅ ติดตามต่อเนื่อง 3-6 เดือน บางคนใช้เวลานานกว่าจะพร้อม
5. ไม่มี template
❌ คิด script ใหม่ทุกครั้ง
✅ มี template สำเร็จรูป ปรับเล็กน้อยตามลูกค้า
สรุป
การติดตามลูกค้าไม่ให้หลุดไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามี ระบบ
หลักการสำคัญ:
- ติดตามเร็ว - ยิ่งเร็วยิ่งดี
- ติดตามอย่างมี value - ทุกครั้งต้องมีประโยชน์
- ติดตามสม่ำเสมอ - ไม่หยุดจนกว่าจะปิดหรือลูกค้าบอกไม่สนใจจริงๆ
- บันทึกทุกอย่าง - อย่าพึ่งความจำ
- ใช้เครื่องมือช่วย - ให้ระบบเตือนแทน
Checklist ติดตามลูกค้า
- ✅ Day 0: บันทึกข้อมูลลูกค้าทันที
- ✅ Day 1: ส่งข้อมูลเพิ่ม + โทรติดตาม
- ✅ Day 3: ส่งตารางผ่อน
- ✅ Day 5: เช็คความคืบหน้า
- ✅ Day 7: สรุปและนัดหมาย
- ✅ หลัง Day 7: ติดตามตาม stage
บทความที่เกี่ยวข้อง
- คู่มือนักขายอสังหาริมทรัพย์ฉบับสมบูรณ์ 2026
- เทคนิคปิดการขายบ้าน: คู่มือฉบับนักขายมืออาชีพ
- CRM คืออะไร? ระบบจัดการลูกค้าสำหรับนักขายอสังหา
- Sales Pipeline คืออะไร? ทำไมนักขายบ้านต้องมี
เลิกปล่อยลูกค้าหลุด
ระบบติดตามลูกค้าพร้อม reminder อัตโนมัติ ไม่พลาดการติดตามอีกต่อไป
บทความโดย Kaipung (ขายปัง) - ระบบติดตามลูกค้าสำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?
ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย
เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี