วิธีติดตามลูกค้าซื้อบ้าน A-Z (ไม่ให้หลุดแม้แต่คนเดียว)

วิธีติดตามลูกค้าซื้อบ้าน A-Z (ไม่ให้หลุดแม้แต่คนเดียว)

เรียนรู้ระบบติดตามลูกค้าอสังหาที่ใช้ได้ผลจริง ตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันปิดการขาย พร้อม script และ template

Kaipung Team 18 นาที

วิธีติดตามลูกค้าซื้อบ้าน A-Z (ไม่ให้หลุดแม้แต่คนเดียว)

นักขายกำลังโทรติดตามลูกค้าพร้อม timeline บนหน้าจอ

“พี่เคยมาดูบ้านกับหนูเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนค่ะ พี่ตัดสินใจยังไงบ้าง?”

“อ๋อ… ซื้อที่อื่นแล้วค่ะ เมื่อวานเพิ่งจองไป”

นักขายหลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ และทุกครั้งมันเจ็บ

ไม่ใช่เพราะลูกค้าไม่ชอบบ้านเรา แต่เพราะ ลืมติดตาม

ปัญหานี้แก้ได้ด้วยระบบ บทความนี้จะแชร์วิธีติดตามลูกค้าที่ใช้ได้ผลจริง เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือนักขายอสังหาริมทรัพย์ฉบับสมบูรณ์


สารบัญ

  1. ทำไมลูกค้าถึงหลุด
  2. หลักการติดตามที่ถูกต้อง
  3. ระบบ 7 วันแรก
  4. ติดตามตาม Stage
  5. Script โทรติดตาม
  6. เครื่องมือช่วยติดตาม
  7. ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
  8. สรุป

ทำไมลูกค้าถึงหลุด

ก่อนจะแก้ปัญหา ต้องเข้าใจสาเหตุก่อน

สาเหตุหลักที่ลูกค้าหลุด

แผนภูมิวงกลมแสดงสาเหตุลูกค้าหลุด

1. นักขายลืมติดตาม

นี่คือสาเหตุอันดับ 1

ลูกค้ามาดูบ้าน นักขายพูดคุยดีมาก แต่หลังจากนั้น… เงียบ

ลูกค้าก็ไม่โทรมาหาเอง เพราะยังไม่พร้อม กำลังเปรียบเทียบอยู่ แต่ถ้านักขายที่อื่นติดตามก่อน ก็ไปซื้อที่นั่น

2. ติดตามแบบไม่มี value

“พี่เป็นไงบ้างครับ?” “พี่ตัดสินใจยังไงบ้างครับ?”

ถามแบบนี้ทุกครั้ง ลูกค้าก็เบื่อ

3. ติดตามถี่เกินไป

โทรทุกวัน LINE ทุกชั่วโมง = รำคาญ = block

4. จำข้อมูลลูกค้าไม่ได้

ลูกค้าโทรมา นักขายถาม “พี่มาดูบ้านวันไหนครับ?” = เสียความน่าเชื่อถือ

5. ลูกค้าเปลี่ยนใจจริงๆ

มีบ้างที่ลูกค้าเปลี่ยนใจ แต่น้อยกว่าที่คิด

จาก 5 สาเหตุ 4 ข้อแก้ได้ด้วย ระบบ


หลักการติดตามที่ถูกต้อง

กฎ 3 ข้อที่ต้องจำ

1. ติดตามเร็ว

ยิ่งติดตามเร็ว โอกาสปิดยิ่งสูง

ติดตามภายในโอกาสปิดการขาย
5 นาทีสูงมาก
30 นาทีสูง
24 ชั่วโมงปานกลาง
3 วันต่ำลง
7+ วันต่ำ

2. ติดตามอย่างมี value

ทุกครั้งที่ติดต่อ ต้องมีประโยชน์

ตัวอย่าง:

  • ส่งโบรชัวร์เพิ่มเติม
  • แจ้งโปรโมชั่นใหม่
  • ส่งตารางผ่อน
  • ตอบคำถามที่ค้างไว้

3. ติดตามสม่ำเสมอ

ไม่ใช่ติดตาม 2 ครั้งแล้วหยุด

ลูกค้าซื้อบ้านใช้เวลา 3-6 เดือน ต้องติดตามต่อเนื่อง


ระบบ 7 วันแรก

7 วันแรกหลังพบลูกค้า สำคัญที่สุด

Timeline การติดตาม 7 วันแรก

Day 0: วันที่พบลูกค้า

ทำทันที:

  • บันทึกข้อมูลลูกค้า (ชื่อ, เบอร์, LINE, ความต้องการ)
  • ถ่ายรูปนามบัตร (ถ้ามี)
  • จดประเด็นสำคัญที่คุย

ก่อนกลับบ้าน:

  • ตั้ง reminder สำหรับวันพรุ่งนี้
  • เตรียมข้อมูลที่จะส่งให้ลูกค้า

Day 1: วันถัดมา

ช่วงเช้า (9:00-10:00):

ส่ง LINE / SMS:

“สวัสดีครับพี่ [ชื่อ] ผม [ชื่อ] จากโครงการ [ชื่อ] ครับ

ขอบคุณที่มาดูบ้านเมื่อวานนะครับ

ผมส่งโบรชัวร์และราคาห้องที่พี่สนใจมาให้ครับ [แนบไฟล์]

มีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ทักมาได้เลยนะครับ”

ช่วงบ่าย (14:00-15:00):

โทรติดตาม:

“สวัสดีครับพี่ ผม [ชื่อ] จากโครงการ [ชื่อ] ครับ พี่ได้รับไฟล์ที่ผมส่งไปหรือยังครับ? มีอะไรอยากถามเพิ่มเติมไหมครับ?”

Day 3: วันที่ 3

ส่งข้อมูลเพิ่มเติม:

“สวัสดีครับพี่

ผมส่งตารางผ่อนของห้องที่พี่สนใจมาให้ดูครับ กู้ [จำนวน] ล้าน ผ่อนประมาณ [จำนวน]/เดือน

ถ้าพี่สะดวก มาดูห้องจริงอีกทีไหมครับ? ว่างวันไหนบ้างครับ”

Day 5: วันที่ 5

เช็คความคืบหน้า:

“สวัสดีครับพี่

พี่ได้ลองคำนวณยอดผ่อนดูหรือยังครับ? ถ้ามีคำถามเรื่องสินเชื่อ ผมช่วยตอบได้ครับ

ตอนนี้โครงการเรามีโปรฯ ลดค่าใช้จ่ายวันโอนด้วยนะครับ”

Day 7: วันที่ 7

สรุปและนัดหมาย:

“สวัสดีครับพี่

ครบ 1 สัปดาห์แล้วครับ พี่เป็นยังไงบ้าง?

สรุปตอนนี้:

  • พี่สนใจห้อง [แบบ] ชั้น [X]
  • ราคา [X] ล้าน
  • โปรฯ ตอนนี้ได้ [ส่วนลด]

ถ้าพี่พร้อม นัดมาดูอีกทีแล้วจองได้เลยนะครับ ว่างวันไหนครับ?”


ติดตามตาม Stage

การแบ่งลูกค้าตาม stage เป็นหัวใจของSales Pipeline ลูกค้าแต่ละคนอยู่ stage ต่างกัน ต้องติดตามต่างกัน

Stage 1: ใหม่ (New Lead)

ลักษณะ: เพิ่งติดต่อครั้งแรก ยังไม่รู้จักเราดี

ติดตามทุก: 1-2 วัน

เป้าหมาย: สร้างความสัมพันธ์ + นัดมาดู

วิธีติดตาม:

  • ส่งข้อมูลโครงการ
  • ถามความต้องการเพิ่มเติม
  • เชิญมาดู

Stage 2: สนใจ (Interested)

ลักษณะ: มาดูแล้ว แต่ยังไม่ตัดสินใจ

ติดตามทุก: 3-5 วัน

เป้าหมาย: ตอบข้อสงสัย + ให้ข้อมูลเพิ่ม

วิธีติดตาม:

  • ส่งตารางผ่อน
  • ตอบคำถามที่ค้าง
  • แจ้งโปรโมชั่น

Stage 3: เปรียบเทียบ (Comparing)

ลักษณะ: กำลังดูที่อื่นด้วย

ติดตามทุก: 3-4 วัน

เป้าหมาย: แสดงจุดเด่น + สร้าง urgency

วิธีติดตาม:

  • เปรียบเทียบจุดเด่นกับคู่แข่ง (อย่างเป็นกลาง)
  • แจ้งว่าห้องเหลือน้อย
  • เสนอ package พิเศษ

Stage 4: พร้อมซื้อ (Ready to Buy)

ลักษณะ: ถามเรื่องจอง/สินเชื่อ

ติดตามทุก: ทุกวัน

เป้าหมาย: ปิดการขาย ใช้เทคนิคปิดการขายที่เหมาะสม

วิธีติดตาม:

  • ตอบคำถามทันที
  • เตรียมเอกสาร
  • นัดจอง

Stage 5: รอตัดสินใจ (Pending)

ลักษณะ: สนใจแต่ยังไม่พร้อม (รอขายบ้านเก่า, รอสินเชื่อผ่าน)

ติดตามทุก: 7-14 วัน

เป้าหมาย: รักษาความสัมพันธ์

วิธีติดตาม:

  • ถามความคืบหน้าเบาๆ
  • ส่งความสุขในโอกาสพิเศษ
  • แจ้งข่าวโครงการ

ตาราง Pipeline Stage


Script โทรติดตาม

Script 1: ติดตามครั้งแรก (Day 1)

นักขาย: “สวัสดีครับพี่ [ชื่อ] ผม [ชื่อ] จากโครงการ [ชื่อ] ครับ พี่ได้รับไฟล์ที่ผมส่งไปเมื่อเช้าหรือยังครับ?”

ลูกค้า: “ได้แล้วค่ะ/ยังไม่ได้ดู”

นักขาย: “ครับ ผมส่งราคาห้องที่พี่สนใจไปให้นะครับ เดี๋ยวพี่ได้ดูแล้ว มีอะไรสงสัยทักมาได้เลยครับ หรือถ้าพี่ว่าง จะมาดูห้องจริงอีกทีก็ได้นะครับ”

Script 2: ติดตามเมื่อลูกค้าไม่รับสาย

ส่ง LINE:

“สวัสดีครับพี่ [ชื่อ]

ผมโทรหาพี่แต่พี่ไม่ว่างครับ ผมจะโทรหาพี่อีกทีวันพรุ่งนี้ช่วง [เวลา] นะครับ หรือถ้าพี่สะดวกเวลาไหน บอกผมได้เลยครับ

ขอบคุณครับ”

Script 3: ติดตามเมื่อลูกค้าบอกยังไม่พร้อม

ลูกค้า: “ยังไม่พร้อมค่ะ อีก 2-3 เดือนค่อยว่ากัน”

นักขาย: “ครับพี่ ไม่เป็นไรครับ ซื้อบ้านต้องพร้อมจริงๆ ผมขอติดต่อพี่เป็นระยะนะครับ เผื่อมีโปรฯ ดีๆ จะได้แจ้งให้ทราบ พี่ว่างประมาณช่วงไหนครับ ผมจะโทรหาอีกทีครับ”

Script 4: ติดตามเมื่อลูกค้ากำลังดูที่อื่น

ลูกค้า: “กำลังดูอยู่หลายที่ค่ะ”

นักขาย: “ครับพี่ ดูหลายที่ดีครับ จะได้เปรียบเทียบได้ ผมอยากถามว่าพี่มีจุดไหนที่กังวลเรื่องโครงการเราบ้างไหมครับ? เผื่อผมตอบให้ได้ จะได้ช่วยพี่ตัดสินใจง่ายขึ้น”

Script 5: กระตุ้นการตัดสินใจ

“พี่ครับ ผมแจ้งให้ทราบว่าห้องที่พี่สนใจ ชั้น [X] ตอนนี้เหลือแค่ 2 ห้องแล้วครับ และโปรโมชั่นนี้จะหมดสิ้นเดือนนี้ ถ้าพี่สนใจจริง แนะนำให้มาจองก่อนครับ พี่ว่างวันไหนครับ ผมจะจัดเตรียมให้”


เครื่องมือช่วยติดตาม

การเลือกระบบ CRM ที่เหมาะสมช่วยให้ติดตามลูกค้าได้ดีขึ้นอย่างมาก

วิธีที่ 1: สมุดจด (พื้นฐาน)

ข้อดี: ง่าย ไม่ต้องเรียนรู้

ข้อเสีย:

  • หาข้อมูลยาก
  • ลืม follow-up
  • หาย = จบ

วิธีที่ 2: Excel/Google Sheets (กลาง)

ข้อดี: ฟรี คุ้นเคย

ข้อเสีย:

  • ไม่มี reminder
  • ต้อง update เอง
  • ข้อมูลไม่ sync ข้ามอุปกรณ์

ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้นักขายที่มีลูกค้า 50+ คน มักจะมีคนหลุดเป็นประจำ การใช้Lead Scoringช่วยจัดลำดับความสำคัญว่าควรติดตามใครก่อน

วิธีที่ 3: ระบบจัดการลูกค้า (แนะนำ)

ข้อดี:

  • แจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • ดู Pipeline ได้ง่าย
  • ประวัติการติดต่อครบ
  • ใช้บนมือถือได้

ข้อเสีย:

  • ต้องเรียนรู้
  • มีค่าใช้จ่าย (บางระบบ)

เปรียบเทียบ 3 วิธีการติดตามลูกค้า

ลอง Kaipung - ระบบติดตามลูกค้าที่ออกแบบมาสำหรับนักขายอสังหา มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ไม่พลาดการติดตาม ทดลองฟรี 14 วัน


ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง

1. ติดตามโดยไม่มีจุดประสงค์

❌ “พี่เป็นไงบ้างครับ?”

✅ “พี่ครับ ผมส่งตารางผ่อนมาให้ดูครับ กู้ 3 ล้าน ผ่อนประมาณ 15,000/เดือน”

2. ติดตามถี่เกินไป

❌ โทรทุกวัน + LINE ทุกชั่วโมง

✅ ติดตามตาม stage 3-7 วัน/ครั้ง (ยกเว้น Hot lead)

3. ไม่บันทึกข้อมูล

❌ จำเอาว่าลูกค้าต้องการอะไร

✅ จดทุกอย่าง:

  • วันที่พบ
  • สิ่งที่คุย
  • ความต้องการ
  • นัดครั้งต่อไป

4. ยอมแพ้เร็วเกินไป

❌ ติดตาม 2 ครั้งไม่ตอบ → เลิก

✅ ติดตามต่อเนื่อง 3-6 เดือน บางคนใช้เวลานานกว่าจะพร้อม

5. ไม่มี template

❌ คิด script ใหม่ทุกครั้ง

✅ มี template สำเร็จรูป ปรับเล็กน้อยตามลูกค้า


สรุป

การติดตามลูกค้าไม่ให้หลุดไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามี ระบบ

หลักการสำคัญ:

  1. ติดตามเร็ว - ยิ่งเร็วยิ่งดี
  2. ติดตามอย่างมี value - ทุกครั้งต้องมีประโยชน์
  3. ติดตามสม่ำเสมอ - ไม่หยุดจนกว่าจะปิดหรือลูกค้าบอกไม่สนใจจริงๆ
  4. บันทึกทุกอย่าง - อย่าพึ่งความจำ
  5. ใช้เครื่องมือช่วย - ให้ระบบเตือนแทน

Checklist ติดตามลูกค้า

  • ✅ Day 0: บันทึกข้อมูลลูกค้าทันที
  • ✅ Day 1: ส่งข้อมูลเพิ่ม + โทรติดตาม
  • ✅ Day 3: ส่งตารางผ่อน
  • ✅ Day 5: เช็คความคืบหน้า
  • ✅ Day 7: สรุปและนัดหมาย
  • ✅ หลัง Day 7: ติดตามตาม stage

บทความที่เกี่ยวข้อง


เลิกปล่อยลูกค้าหลุด

ลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน →

ระบบติดตามลูกค้าพร้อม reminder อัตโนมัติ ไม่พลาดการติดตามอีกต่อไป


บทความโดย Kaipung (ขายปัง) - ระบบติดตามลูกค้าสำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์


บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?

ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี