Lead Scoring คืออะไร? วิธีจัดลำดับลูกค้าอสังหาแบบมืออาชีพ
Lead Scoring คือการให้คะแนนลูกค้าเพื่อจัดลำดับความสำคัญ เรียนรู้วิธีทำ Lead Scoring สำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนน
Lead Scoring คืออะไร? วิธีจัดลำดับลูกค้าอสังหาแบบมืออาชีพ

ลูกค้า 50 คนติดต่อมาพร้อมกัน ควรโทรหาใครก่อน?
นี่คือคำถามที่นักขายอสังหาทุกคนเจอ และคนที่ตอบถูก = ปิดการขายได้มากกว่า
Lead Scoring คือคำตอบที่นักขายมืออาชีพใช้
Lead Scoring คืออะไร?
Lead Scoring หรือ การให้คะแนนลูกค้า คือระบบที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าแต่ละราย โดยให้คะแนนตามพฤติกรรมและคุณสมบัติของลูกค้า
พูดง่ายๆ คือ “ใครควรโฟกัสก่อน”
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
| ลูกค้า | พฤติกรรม | คะแนน |
|---|---|---|
| คุณสมชาย | มาดูบ้าน 2 ครั้ง + ถามเรื่องสินเชื่อ | 85 |
| คุณสมหญิง | โทรถามราคาครั้งเดียว | 30 |
| คุณสมศักดิ์ | มาดูบ้าน + พาครอบครัวมา + ขอแบบบ้าน | 95 |
จากตาราง คุณสมศักดิ์ควรได้รับการติดตามก่อน เพราะมีโอกาสซื้อสูงสุด
ทำไมนักขายอสังหาต้องทำ Lead Scoring?
1. เวลามีจำกัด
นักขาย 1 คน มีเวลาวันละ 8-10 ชั่วโมง แต่ลูกค้ามีหลายสิบราย ถ้าโทรหาทุกคนเท่ากัน = เสียเวลากับคนที่ไม่พร้อมซื้อ
2. ลูกค้าแต่ละคนไม่เท่ากัน
บางคนพร้อมซื้อภายในเดือนนี้ บางคนแค่ดูเล่นๆ ถ้าไม่แยกแยะ อาจทุ่มเทกับคนผิด
3. เพิ่มอัตราปิดการขาย
นักขายที่ใช้ Lead Scoring มักมีอัตราปิดการขายสูงกว่า เพราะโฟกัสถูกคน ไม่เสียเวลากับลูกค้าที่ยังไม่พร้อม
4. ลดความเหนื่อยล้า
การติดตามลูกค้าที่ไม่มีแวว = หมดแรง ท้อแท้ แต่ถ้าติดตามคนที่พร้อมซื้อ = มีกำลังใจ
เกณฑ์การให้คะแนนลูกค้าอสังหา

กลุ่มที่ 1: ข้อมูลพื้นฐาน (Demographic)
| เกณฑ์ | คะแนน |
|---|---|
| มีงบประมาณตรงกับราคาบ้าน | +20 |
| ที่อยู่ปัจจุบันใกล้โครงการ | +10 |
| อาชีพมั่นคง (ข้าราชการ, พนักงานบริษัทใหญ่) | +15 |
| แต่งงานแล้ว/มีครอบครัว | +10 |
| เช่าบ้านอยู่ (กำลังหาบ้านตัวเอง) | +15 |
กลุ่มที่ 2: พฤติกรรม (Behavioral)
| เกณฑ์ | คะแนน |
|---|---|
| มาดูบ้านจริง | +25 |
| พาครอบครัวมาดู | +20 |
| ถามเรื่องสินเชื่อ/ผ่อน | +15 |
| ขอแบบบ้าน/ราคาละเอียด | +10 |
| โทรกลับมาหาเอง | +20 |
| นัดดูบ้านครั้งที่ 2+ | +30 |
กลุ่มที่ 3: ความเร่งด่วน (Urgency)
| เกณฑ์ | คะแนน |
|---|---|
| บอกว่าต้องการภายใน 1-3 เดือน | +25 |
| บ้านเช่าใกล้หมดสัญญา | +20 |
| เพิ่งขายบ้านเดิมได้ | +30 |
| มีเงินก้อนพร้อม (ได้โบนัส, มรดก) | +25 |
วิธีใช้งาน Lead Scoring
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดเกณฑ์
เลือกเกณฑ์ที่เหมาะกับโครงการของคุณ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกข้อ
💡 เริ่มง่ายๆ: ใช้ 5-7 เกณฑ์ก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีหลัง
ขั้นตอนที่ 2: ให้คะแนนลูกค้าทุกราย
ทุกครั้งที่คุยกับลูกค้า ให้บันทึกข้อมูลและคำนวณคะแนน
ขั้นตอนที่ 3: แบ่งกลุ่มตามคะแนน

| คะแนน | กลุ่ม | ความหมาย |
|---|---|---|
| 80-100 | 🔥 HOT | พร้อมซื้อ ติดตามทุก 2-3 วัน |
| 50-79 | ⚡ WARM | สนใจจริง ติดตามทุกสัปดาห์ |
| 20-49 | ❄️ COLD | ยังไม่พร้อม ติดตามทุก 2 สัปดาห์ |
| 0-19 | 💤 FROZEN | แค่สอบถาม ติดตามทุกเดือน |
ขั้นตอนที่ 4: จัดลำดับการติดตาม
เริ่มจาก HOT → WARM → COLD
อย่าเสียเวลากับ FROZEN ในช่วงเวลาทอง (เช้าและบ่าย)
ตัวอย่างการใช้ Lead Scoring จริง
สถานการณ์:
คุณมีลูกค้า 4 รายที่ต้องโทรติดตาม แต่มีเวลาแค่ 1 ชั่วโมง
ลูกค้า A: คุณสมชาย
- มาดูบ้าน 1 ครั้ง (+25)
- ถามราคาผ่าน LINE (+5)
- รวม: 30 คะแนน (COLD)
ลูกค้า B: คุณสมหญิง
- มาดูบ้าน 2 ครั้ง (+25, +30)
- พาสามีมาดู (+20)
- ถามเรื่องสินเชื่อ (+15)
- รวม: 90 คะแนน (HOT)
ลูกค้า C: คุณสมศักดิ์
- โทรถามราคา (+5)
- งบตรงกับราคาบ้าน (+20)
- รวม: 25 คะแนน (COLD)
ลูกค้า D: คุณสมใจ
- มาดูบ้าน 1 ครั้ง (+25)
- ขอแบบบ้าน (+10)
- บอกว่าต้องการภายใน 2 เดือน (+25)
- รวม: 60 คะแนน (WARM)
ลำดับการโทร:
- คุณสมหญิง (90) - โทรก่อน + ใช้เวลามากที่สุด
- คุณสมใจ (60) - โทรต่อ
- คุณสมชาย (30) - ถ้ามีเวลาเหลือ
- คุณสมศักดิ์ (25) - ไว้โทรวันอื่น
เครื่องมือที่ช่วยทำ Lead Scoring
1. Excel/Google Sheets (เริ่มต้น)
สร้างตารางง่ายๆ คำนวณคะแนนด้วยสูตร
ข้อดี: ฟรี ใช้ง่าย ข้อเสีย: ต้องกรอกเอง ลืมง่าย
2. ระบบ CRM (แนะนำ)
ระบบ CRM อย่าง Kaipung (ขายปัง) มีฟีเจอร์ Temperature Score ที่คำนวณคะแนนให้อัตโนมัติ เพียงกรอกข้อมูลลูกค้า ระบบจะจัดลำดับความสำคัญให้เอง
ข้อดี: อัตโนมัติ แม่นยำ ประหยัดเวลา ข้อเสีย: มีค่าใช้จ่าย
📦 Kaipung (ขายปัง) มี Temperature Score ที่ช่วยจัดลำดับลูกค้าอัตโนมัติ ทดลองใช้ฟรี 14 วัน
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
1. ใช้เกณฑ์มากเกินไป
เกณฑ์ 20 ข้อ = กรอกไม่ไหว = ไม่ใช้
แก้: เริ่มจาก 5-7 เกณฑ์สำคัญก่อน
2. ไม่อัพเดทคะแนน
ลูกค้าที่เคย COLD อาจกลายเป็น HOT เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
แก้: อัพเดทคะแนนหลังคุยกับลูกค้าทุกครั้ง
3. ละเลยลูกค้าคะแนนต่ำ
ลูกค้า COLD วันนี้ อาจเป็น HOT ในอนาคต
แก้: ยังติดตามอยู่ แค่ห่างกว่า
4. ให้คะแนนตามความรู้สึก
“ดูเหมือนจะซื้อ” = ไม่ใช่เกณฑ์
แก้: ใช้ข้อเท็จจริงและพฤติกรรมจริงเท่านั้น
สรุป: Lead Scoring สำคัญอย่างไร
- Lead Scoring คือการให้คะแนนลูกค้าเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
- ช่วยให้นักขายใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
- เกณฑ์หลัก: ข้อมูลพื้นฐาน + พฤติกรรม + ความเร่งด่วน
- แบ่งลูกค้าเป็น HOT / WARM / COLD / FROZEN
- อัพเดทคะแนนสม่ำเสมอ
เริ่มต้นง่ายๆ: สร้าง 5 เกณฑ์ แล้วให้คะแนนลูกค้า 10 รายแรกวันนี้
พร้อมจัดลำดับลูกค้าอัตโนมัติ?
ระบบ Temperature Score ช่วยคำนวณคะแนนลูกค้าอัตโนมัติ ไม่ต้องคิดเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?
ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย
เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี