ทำไมลูกค้าถึงหลุดมือ? 7 สาเหตุที่นักขายอสังหาต้องรู้

ทำไมลูกค้าถึงหลุดมือ? 7 สาเหตุที่นักขายอสังหาต้องรู้

7 สาเหตุที่ลูกค้าหลุดมือจากนักขายอสังหาริมทรัพย์ พร้อมวิธีแก้ไขที่ใช้ได้จริง จากประสบการณ์ที่ปรึกษาการตลาดอสังหา

Kaipung Team 7 นาที

ทำไมลูกค้าถึงหลุดมือ? 7 สาเหตุที่นักขายอสังหาต้องรู้

“ลูกค้าคนนี้สนใจมากเลย น่าจะได้แน่ๆ”

…แล้วก็เงียบหายไป

นักขายอสังหาทุกคนเคยเจอสถานการณ์นี้ บางครั้งก็โทษดวง โทษเศรษฐกิจ โทษลูกค้าเปลี่ยนใจ

แต่จากที่เราทำงานเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้บริษัทรับสร้างบ้าน พบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้หายไปเพราะเปลี่ยนใจ แต่หายไปเพราะถูกทิ้ง

บทความนี้จะเจาะลึก 7 สาเหตุที่ทำให้ลูกค้าหลุดมือ พร้อมวิธีแก้ที่ทีมขายใช้ได้จริง

7 สาเหตุที่ลูกค้าหลุดมือ

สาเหตุที่ 1: ติดตามช้าเกินไป

ปัญหา

ลูกค้ามาดูบ้านวันเสาร์ นักขายโทรกลับวันพุธ

5 วันในโลกอสังหา = ตลอดกาล

ลูกค้าที่ร้อนแรงวันเสาร์ อาจเย็นชืดวันพุธ หรือแย่กว่านั้น — อาจไปซื้อกับคู่แข่งแล้ว

หลักการสำคัญ

ยิ่งติดตามเร็ว โอกาสปิดยิ่งสูง ลูกค้าที่ถูกทิ้งนานมักจะหลุดมือไปซื้อกับคู่แข่งที่ติดต่อก่อน

วิธีแก้

  • โทรกลับภายใน 24 ชั่วโมงหลังดูบ้าน
  • ส่ง LINE ขอบคุณภายใน 2 ชั่วโมง
  • ตั้งเตือนในปฏิทินหรือระบบ CRM

สาเหตุที่ 2: ลืมติดตาม (จริงๆ)

ปัญหา

ไม่ใช่ว่าไม่อยากติดตาม แต่ ลืม

นักขาย 1 คนมีลูกค้า 30-50 ราย ถ้าจดในสมุดหรือ Excel ที่ไม่มีระบบเตือน ลืมได้ง่ายมาก

เรื่องจริงที่เจอบ่อย

“พี่คะ เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนหนูบอกว่าจะส่งแบบบ้านให้…”

“อ้อ! ขอโทษค่ะ พอดีช่วงนั้นยุ่งมาก”

ลูกค้าอาจยิ้มให้ แต่ในใจคิดว่า “ถ้าตอนยังไม่ซื้อยังขนาดนี้ ซื้อแล้วจะเป็นยังไง”

วิธีแก้

  • ใช้ระบบที่มีการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • กำหนดวัน Follow-up ทันทีหลังคุยกับลูกค้า
  • อย่าพึ่งความจำ — จดทุกครั้ง

สาเหตุที่ 3: ติดตามแบบไม่มีคุณค่า

ปัญหา

โทรไปถามซ้ำๆ ว่า “พี่ตัดสินใจยังครับ?”

ครั้งแรกโอเค ครั้งที่ 3 เริ่มรำคาญ ครั้งที่ 5 บล็อกเบอร์

ทำไมลูกค้ารำคาญ

เพราะนักขายไม่ได้ให้อะไรใหม่ แค่มาทวงถามอย่างเดียว

วิธีแก้: ติดตามแบบให้ Value (คุณค่า)

ครั้งที่ 1: ขอบคุณ + สรุปข้อมูลที่คุยกัน ครั้งที่ 2: ส่งข้อมูลสินเชื่อที่เหมาะกับลูกค้า ครั้งที่ 3: แจ้งโปรโมชั่นหรือยูนิตใหม่ ครั้งที่ 4: ส่งบทความ/วิดีโอที่เกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจ ครั้งที่ 5: เชิญมาดูบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งใหม่

ทุกครั้งที่โทรไป ต้องมี “ของฝาก” ให้ลูกค้า

สาเหตุที่ 4: ไม่รู้ว่าลูกค้าอยู่ stage ไหน

ปัญหา

ลูกค้าบางคนแค่เริ่มหาข้อมูล (ยังไม่พร้อมซื้อ) ลูกค้าบางคนพร้อมซื้อเดือนนี้

แต่นักขายใช้วิธีติดตามแบบเดียวกันหมด

ผลลัพธ์

  • ลูกค้าที่ยังไม่พร้อม รู้สึกถูกกดดัน → หนีหาย
  • ลูกค้าที่พร้อมซื้อ ไม่ได้รับความเอาใจใส่เพียงพอ → ไปซื้อที่อื่น

วิธีแก้: ใช้ Sales Pipeline (ขั้นตอนการขาย)

แบ่งลูกค้าเป็น Stage:

Stageลักษณะลูกค้าวิธีติดตาม
1. สนใจเบื้องต้นถามราคา ยังไม่มาดูส่งข้อมูลโครงการ นัดมาดู
2. มาดูบ้านแล้วเห็นบ้านจริง มีคำถามตอบคำถาม ส่งข้อมูลเพิ่ม
3. สนใจจริงจังถามเรื่องสินเชื่อ/ผ่อนช่วยคำนวณ นัดพบธนาคาร
4. พร้อมตัดสินใจเปรียบเทียบ ต่อรองราคาปิดการขาย

ทั้ง 4 ขั้นนี้คือSales Pipelineแบบง่าย ถ้าจัดระบบให้ดี จะรู้เลยว่าลูกค้าแต่ละคนอยู่ตรงไหน

สาเหตุที่ 5: ตอบคำถามไม่ได้

ปัญหา

ลูกค้าถามเรื่อง:

  • “ผ่อนเดือนละเท่าไหร่?”
  • “ธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยถูก?”
  • “ค่าโอนค่าใช้จ่ายรวมเท่าไหร่?”
  • “วัสดุที่ใช้เป็นยี่ห้ออะไร?”

ถ้าตอบว่า “เดี๋ยวไปถามให้นะครับ” แล้วไม่กลับมา = เสียความน่าเชื่อถือทันที

วิธีแก้

รู้ข้อมูลพื้นฐาน:

  • ราคา + ตารางผ่อนชำระ
  • สินเชื่อธนาคารที่ร่วมงาน
  • ค่าใช้จ่ายวันโอน
  • วัสดุก่อสร้างหลักๆ
  • กฎนิติบุคคล/ค่าส่วนกลาง

ถ้าตอบไม่ได้:

  • บอกตรงๆ ว่าไม่แน่ใจ
  • จดคำถามไว้
  • ส่งคำตอบกลับภายใน 24 ชม.

ความเร็วในการตอบกลับ สำคัญกว่าตอบได้ทุกอย่างตรงนั้น

สาเหตุที่ 6: ไม่ได้บันทึกข้อมูลลูกค้า

ปัญหา

ลูกค้าโทรมา นักขายถามว่า “พี่ชื่ออะไรนะครับ?”

ลูกค้า: “ก็เพิ่งคุยกันเมื่อวานเอง…”

ทำไมเกิดขึ้น

  • จดแค่ชื่อ + เบอร์โทร
  • ไม่จดว่าสนใจบ้านแบบไหน งบเท่าไหร่
  • ไม่จดว่าคุยเรื่องอะไรไปบ้าง

วิธีแก้: บันทึกข้อมูลสำคัญทุกครั้ง

ข้อมูลที่ต้องจด:

  • ชื่อ เบอร์โทร LINE
  • งบประมาณ
  • แบบบ้านที่สนใจ
  • จำนวนคนในครอบครัว
  • เหตุผลที่หาบ้าน
  • Timeline ที่ต้องการซื้อ
  • สิ่งที่พูดคุยแต่ละครั้ง

📦 ระบบ CRM อย่าง Kaipung ช่วยเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ที่เดียว เปิดดูก่อนโทรหาลูกค้าได้ทันที

สาเหตุที่ 7: ให้ลูกค้า “คิดก่อน” โดยไม่มีแผน

ปัญหา

ลูกค้าบอก “ขอคิดก่อนนะคะ”

นักขายตอบว่า “ได้ครับ ถ้าตัดสินใจแล้วโทรมาได้เลย”

…แล้วก็ไม่เจอกันอีก

ทำไมเกิดขึ้น

“ขอคิดก่อน” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ซื้อ” แต่แปลว่า “ยังมีข้อสงสัย”

ถ้าปล่อยให้กลับไปคิดเอง โดยไม่มีการติดตาม = โอกาสหลุดมือสูงมาก

วิธีแก้

ถามเพิ่มเติม:

  • “พี่อยากคิดเรื่องอะไรเพิ่มเติมครับ?”
  • “มีอะไรที่ยังไม่แน่ใจไหมครับ?”
  • “เปรียบเทียบกับโครงการอื่นอยู่ไหมครับ?”

นัดติดตาม:

  • “งั้นผมขอโทรกลับวันจันทร์ได้ไหมครับ?”
  • กำหนดวันที่ชัดเจน ไม่ใช่ “ไว้โทรมาหานะครับ”

สร้างเหตุผลให้ตัดสินใจ:

  • “โปรโมชั่นนี้หมดวันที่ 31 นะครับ”
  • “ยูนิตนี้เหลือแค่ 2 หลังครับ”

เทคนิคเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการปิดการขายบ้านที่นักขายมืออาชีพใช้

สรุป: 7 สาเหตุที่ลูกค้าหลุดมือ

#สาเหตุวิธีแก้
1ติดตามช้าเกินไปโทรกลับภายใน 24 ชม.
2ลืมติดตามใช้ระบบเตือนอัตโนมัติ
3ติดตามแบบไม่มีคุณค่าให้ข้อมูลใหม่ทุกครั้ง
4ไม่รู้ว่าลูกค้าอยู่ stage ไหนใช้ Sales Pipeline
5ตอบคำถามไม่ได้เตรียมข้อมูลให้พร้อม
6ไม่บันทึกข้อมูลลูกค้าจดทุกครั้งในระบบ
7ปล่อยให้ “คิดก่อน”นัดติดตามให้ชัดเจน

เปรียบเทียบปัญหาและทางแก้

ทางแก้ที่ครอบคลุมทุกปัญหา

ทั้ง 7 ข้อมีจุดร่วมเดียวกัน: ขาดระบบการจัดการลูกค้า

ถ้ามีระบบที่:

  • เตือนให้ติดตามตรงเวลา
  • เก็บประวัติการคุยทุกครั้ง
  • แสดงว่าลูกค้าอยู่ stage ไหน
  • เรียงลำดับว่าควรโทรหาใครก่อน

ปัญหาเหล่านี้จะหายไป

📦 Kaipung (ขายปัง) ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ดูว่าลูกค้าจะหายน้อยลงแค่ไหน

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?

ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี