Sales Pipeline คืออะไร? ทำไมนักขายบ้านต้องมี

Sales Pipeline คืออะไร? ทำไมนักขายบ้านต้องมี

Sales Pipeline คือระบบจัดการขั้นตอนการขาย ช่วยให้นักขายอสังหาเห็นภาพรวม รู้ว่าลูกค้าอยู่ขั้นไหน ควรทำอะไรต่อ

Kaipung Team 7 นาที

Sales Pipeline คืออะไร? ทำไมนักขายบ้านต้องมี

แผนภาพ Sales Pipeline แบบ Kanban

“เดือนนี้ปิดได้กี่ deal?”

“ไม่แน่ใจครับ มีหลายคนกำลังคุยอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะปิดได้กี่คน”

นี่คือปัญหาที่นักขายหลายคนเจอ ทำงานหนัก แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลเท่าไหร่

Sales Pipeline คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมด รู้ว่าลูกค้าแต่ละคนอยู่ขั้นไหน ควรทำอะไรต่อ และคาดการณ์ยอดขายได้

Sales Pipeline คืออะไร?

Sales Pipeline คือ ภาพรวมของลูกค้าทั้งหมดที่กำลังอยู่ในกระบวนการขาย

แบ่งเป็นขั้นตอน (Stage) ตั้งแต่เพิ่งติดต่อ ไปจนถึงปิดการขาย

แผนภาพ Pipeline แบบ Funnel

ตัวอย่าง Pipeline สำหรับขายบ้าน

Stageสถานะจำนวน
1ลูกค้าใหม่15 คน
2ติดต่อแล้ว12 คน
3มาดูบ้านแล้ว8 คน
4สนใจ/เปรียบเทียบ5 คน
5เจรจา3 คน
6จองแล้ว2 คน
7โอนแล้ว1 คน

มองแบบนี้ คุณจะเห็นว่า:

  • มีลูกค้า 15 คน กำลังอยู่ในกระบวนการ
  • 3 คนกำลังเจรจา อาจปิดได้เร็วๆ นี้
  • 5 คนต้องเร่งติดตาม ก่อนจะไปที่อื่น

Pipeline vs Funnel ต่างกันยังไง?

หลายคนสับสนระหว่าง Pipeline กับ Funnel

PipelineFunnel
มุมมองรายลูกค้าภาพรวม/สถิติ
ใช้ทำอะไรจัดการลูกค้าแต่ละคนวิเคราะห์ conversion rate
คำถามที่ตอบ”ลูกค้าคนนี้อยู่ขั้นไหน?""กี่ % ที่เปลี่ยนจากสนใจเป็นจอง?”

Pipeline = มองแบบจัดการ (ลูกค้า A อยู่ stage 3, ต้องโทรหาพรุ่งนี้)

Funnel = มองแบบวิเคราะห์ (จาก 100 คนที่มาดู มีแค่ 10 คนที่จอง = 10% conversion)

สำหรับนักขายรายบุคคล Pipeline สำคัญกว่า เพราะช่วยจัดการงานวันต่อวัน

ทำไมต้องมี Pipeline?

1. เห็นภาพรวม

ไม่ต้องเดา รู้ว่ามีลูกค้ากี่คน อยู่ขั้นไหน

2. รู้ว่าต้องทำอะไร

  • ลูกค้า Stage 2 → ต้องนัดมาดู
  • ลูกค้า Stage 4 → ต้องเร่ง ก่อนไปที่อื่น
  • ลูกค้า Stage 5 → ต้องปิด

3. คาดการณ์ยอดได้

ถ้ามี 3 คนใน Stage เจรจา และปกติปิดได้ 50% = คาดว่าจะได้ 1-2 deal ซึ่งการใช้เทคนิคปิดการขายที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จได้

4. รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

ถ้าลูกค้าเยอะใน Stage มาดูแล้ว แต่ไม่ค่อยเลื่อนไป Stage สนใจ = อาจมีปัญหาเรื่องการนำเสนอ

5. ไม่ลืมลูกค้า

เห็นลูกค้าทุกคน ไม่มีใครตกหล่น

Stage ที่ควรมีใน Pipeline

Pipeline สำหรับนักขายอสังหา (แนะนำ)

ตัวอย่าง Pipeline Stage สำหรับขายบ้าน

Stageคำอธิบายติดตามทุก
1. ลูกค้าใหม่เพิ่งได้ contact มา ยังไม่ได้คุย24 ชม.
2. ติดต่อแล้วคุยแล้ว ยังไม่ได้นัดมาดู3 วัน
3. มาดูแล้วมาดูบ้าน/ห้องจริงแล้ว2 วัน
4. สนใจสนใจ กำลังพิจารณา3-5 วัน
5. เจรจากำลังต่อรอง ราคา/เงื่อนไขทุกวัน
6. จองแล้ววางเงินจองแล้วตามกำหนด
7. โอนแล้วโอนกรรมสิทธิ์แล้ว-
8. หลุดไม่ซื้อ/ไปซื้อที่อื่น-

หลักการตั้ง Stage

  1. ชัดเจน - รู้ว่า stage นี้หมายถึงอะไร
  2. วัดได้ - รู้ว่าลูกค้าอยู่ stage ไหน
  3. มี action - รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
  4. ไม่เยอะเกิน - 5-8 stages พอ

วิธีใช้ Pipeline ให้ได้ผล

1. Update ทุกวัน

ลูกค้าเลื่อน stage → update ทันที

ไม่ใช่รอสิ้นสัปดาห์แล้วค่อย update ทีเดียว

2. ดูทุกเช้า

ก่อนเริ่มงาน เปิด Pipeline ดูว่า:

  • วันนี้ต้องติดต่อใครบ้าง
  • ใครอยู่ stage ใกล้ปิด
  • ใครค้างนานแล้ว

3. เคลื่อนย้ายลูกค้า

ลูกค้าไม่ควรอยู่ stage เดิมนานเกินไป

  • อยู่นาน = ติดตามไม่พอ หรือลูกค้าไม่ใช่
  • ถ้า 30 วันไม่ขยับ = ย้ายไป “รอนาน” หรือ “หลุด”

4. วิเคราะห์ทุกสัปดาห์

ดูว่า:

  • สัปดาห์นี้ลูกค้าเลื่อน stage เท่าไหร่
  • ปิดได้กี่ deal
  • หลุดไปกี่คน ทำไม

ตัวอย่าง Pipeline ในชีวิตจริง

สถานการณ์: นักขายคอนโด

Pipeline ของคุณ A:

Stageลูกค้ามูลค่า
ลูกค้าใหม่10 คน30 ล้าน
ติดต่อแล้ว8 คน24 ล้าน
มาดูแล้ว5 คน15 ล้าน
สนใจ3 คน9 ล้าน
เจรจา2 คน6 ล้าน
จองแล้ว1 คน3 ล้าน

Insight:

  • มูลค่าใน Pipeline = 87 ล้าน
  • ลูกค้า 2 คนใน Stage เจรจา = ควรเร่งปิด
  • ลูกค้าใหม่ 10 คน = ต้องโทรหาวันนี้

Pipeline ใน CRM

ระบบ CRM ส่วนใหญ่มี Pipeline แบบ Kanban Board

ลาก-วางลูกค้าระหว่าง Stage ได้ง่าย

ตัวอย่าง Kanban Board ใน CRM

ระบบ CRM ที่ดี จะมี Pipeline พร้อมใช้งาน ไม่ต้อง setup เอง

ข้อดีของ Pipeline ใน CRM

  • ลาก-วางได้ ไม่ต้องพิมพ์
  • เห็นภาพรวมทันที
  • มี reminder ติดตามแต่ละ stage
  • นับมูลค่าอัตโนมัติ

เริ่มสร้าง Pipeline ยังไง?

Step 1: กำหนด Stage

เลือก 5-8 stages ที่เหมาะกับงานขายของคุณ

Step 2: ใส่ลูกค้าทุกคน

ย้ายลูกค้าจากสมุด/Excel เข้า Pipeline

Step 3: กำหนดระยะเวลา

แต่ละ stage ควรอยู่นานเท่าไหร่

Step 4: Update ทุกวัน

ลูกค้าเลื่อน stage → update ทันที

Step 5: Review ทุกสัปดาห์

ดูว่า Pipeline สุขภาพดีไหม

สรุป

Sales Pipeline คือเครื่องมือที่ช่วยให้นักขายอสังหา:

  • เห็นภาพรวม - ลูกค้าทั้งหมดอยู่ตรงไหน
  • จัดลำดับงาน - รู้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร
  • คาดการณ์ - รู้ว่าจะปิดได้เท่าไหร่
  • วิเคราะห์ - รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

ถ้ายังไม่มี Pipeline เริ่มได้เลยวันนี้ แม้จะใช้ Excel ก่อนก็ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมสร้าง Pipeline แล้วหรือยัง?

ลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน →

ระบบ Pipeline แบบ Kanban ใช้งานง่าย ลาก-วางได้ เห็นภาพรวมทันที

บทความโดย Kaipung (ขายปัง) - ระบบติดตามลูกค้าสำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?

ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี