CRM คืออะไร? ระบบจัดการลูกค้าสำหรับนักขายอสังหา
CRM หรือ Customer Relationship Management คือระบบจัดการลูกค้า ช่วยนักขายอสังหาติดตามลูกค้า เพิ่มยอดขาย ไม่ให้ลูกค้าหลุด
CRM คืออะไร? ระบบจัดการลูกค้าสำหรับนักขายอสังหา

“CRM? มันคืออะไร ใช้ Excel ก็พอแล้วนี่”
นักขายหลายคนคิดแบบนี้ จนวันที่ลูกค้า 50 คน กลายเป็น 150 คน แล้ว Excel ก็เริ่มพัง
ลืมติดตามลูกค้าสำคัญ จำไม่ได้ว่าคุยอะไรไปบ้าง ข้อมูลกระจัดกระจาย
CRM ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
บทความนี้จะอธิบายว่า CRM คืออะไร ทำไมนักขายอสังหาควรใช้ และเริ่มต้นยังไง
CRM คืออะไร?
CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หรือ ระบบจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า
พูดง่ายๆ คือ ระบบที่ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า และติดตามทุกการติดต่อ

CRM ทำอะไรได้บ้าง?
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| เก็บข้อมูลลูกค้า | ชื่อ เบอร์ LINE ความต้องการ งบประมาณ |
| บันทึกประวัติ | ทุกการโทร ทุกการพบ ทุกข้อความ |
| แจ้งเตือน | เตือนให้ติดตามลูกค้า ไม่ลืม |
| ดู Pipeline | เห็นว่าลูกค้าอยู่ stage ไหน กี่คน |
| รายงาน | สรุปยอด ปิดได้กี่ deal กี่บาท |
ทำไมนักขายอสังหาต้องใช้ CRM?
1. ลูกค้าอสังหา = ตัดสินใจนาน
ลูกค้าซื้อบ้านใช้เวลา 3-6 เดือนกว่าจะตัดสินใจ
ระหว่างนั้นต้อง:
- ติดตามหลายครั้ง
- จำข้อมูลได้
- ไม่ลืมนัด
ถ้าใช้ความจำอย่างเดียว = หลุดแน่
2. ลูกค้าเยอะ = จัดการยาก
นักขายอสังหาเฉลี่ยมีลูกค้า 50-200 คน
ถ้าใช้สมุดจดหรือ Excel:
- หาข้อมูลยาก
- ไม่มี reminder
- ข้อมูลไม่ sync
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้นักขายเสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว
3. คู่แข่งเยอะ = ต้องเร็วกว่า
ลูกค้าคนเดียวกันมีนักขายติดต่อหลายคน
ใครติดตามก่อน ใครให้บริการดีกว่า = ได้ลูกค้า
CRM ช่วยให้:
- ติดตามได้เร็วกว่า (มี reminder)
- ให้บริการได้ดีกว่า (จำข้อมูลได้)
- ไม่พลาดโอกาส
CRM vs Excel vs สมุดจด

| หัวข้อ | สมุดจด | Excel | CRM |
|---|---|---|---|
| ง่ายต่อการเริ่ม | ✅ | ✅ | ต้องเรียนรู้ |
| หาข้อมูลเร็ว | ❌ | ปานกลาง | ✅ |
| Reminder | ❌ | ❌ | ✅ |
| ประวัติการติดต่อ | ❌ | ต้องทำเอง | ✅ |
| ใช้บนมือถือ | ✅ | ไม่สะดวก | ✅ |
| Sync ข้อมูล | ❌ | ต้อง setup | ✅ |
| รายงาน/Dashboard | ❌ | ต้องทำเอง | ✅ |
สรุป:
- ลูกค้า < 20 คน → สมุดจดพอ
- ลูกค้า 20-50 คน → Excel พอ
- ลูกค้า > 50 คน → ควรใช้ CRM
ฟีเจอร์ CRM ที่นักขายอสังหาต้องมี
1. การจัดการลูกค้า (Contact Management)
เก็บข้อมูลลูกค้าครบ:
- ชื่อ นามสกุล
- เบอร์โทร LINE
- ความต้องการ (ห้องแบบไหน งบเท่าไหร่)
- หมายเหตุ
2. Pipeline/Kanban
เห็นว่าลูกค้าอยู่ stage ไหน:
| ใหม่ | สนใจ | เปรียบเทียบ | พร้อมซื้อ | ปิดแล้ว |
|---|---|---|---|---|
| 10 | 15 | 8 | 5 | 2 |
การมี Sales Pipeline ช่วยให้เห็นภาพรวมและรู้ว่าต้องเร่งติดตามลูกค้าคนไหน
3. Reminder/แจ้งเตือน
ตั้งเตือนให้ติดตามลูกค้า:
- พรุ่งนี้ 10:00 โทรหาพี่สมชาย
- อีก 3 วัน ส่งตารางผ่อนให้พี่สมหญิง
4. ประวัติการติดต่อ (Activity Log)
ดูได้ว่าเคยคุยอะไรไปบ้าง:
- 1 ม.ค. - โทรคุย สนใจห้อง 2 นอน
- 5 ม.ค. - ส่ง LINE ตารางผ่อน
- 8 ม.ค. - มาดูห้องจริง
5. รายงาน (Reports)
เดือนนี้:
- ลูกค้าใหม่: 20 คน
- ปิดได้: 3 deal
- มูลค่า: 9 ล้านบาท
ตัวอย่าง CRM สำหรับนักขายอสังหา
1. CRM ทั่วไป (Enterprise)
Salesforce, HubSpot, Zoho
- ครบทุกฟีเจอร์
- ราคาค่อนข้างสูง
- ฟีเจอร์เยอะ อาจซับซ้อน
- เหมาะกับองค์กรใหญ่
2. CRM สำหรับอสังหา (Specialized)
Kaipung, Propertybase
- ออกแบบมาสำหรับนักขายอสังหาโดยเฉพาะ
- ใช้งานง่าย
- ราคาเหมาะกับนักขายรายย่อย-กลาง
- มี Pipeline ที่ตรงกับงานขายบ้าน
3. ฟรี / ราคาถูก
Google Sheets + Add-ons, Notion
- ฟรีหรือราคาถูก
- ต้อง setup เอง
- ไม่มี reminder อัตโนมัติ
- เหมาะกับงบจำกัดมาก
วิธีเลือก CRM ที่เหมาะกับตัวเอง
ถามตัวเองก่อน:
1. มีลูกค้ากี่คน?
- < 50 คน → เริ่มด้วยของฟรี/ถูกได้
- 50+ คน → ควรใช้ CRM จริงจัง
2. งบเท่าไหร่?
- ฟรี → Notion, Google Sheets
- หลักร้อย/เดือน → Kaipung, CRM เฉพาะทาง
- หลักพัน/เดือน → Salesforce, HubSpot
3. ใช้คนเดียวหรือทีม?
- คนเดียว → ระบบง่ายๆ พอ
- ทีม → ต้องมี sync และ permission
4. ต้องการฟีเจอร์อะไรบ้าง?
| ฟีเจอร์ | ความจำเป็น |
|---|---|
| จัดการ contact | ต้องมี |
| Pipeline | ต้องมี |
| Reminder | ต้องมี |
| ประวัติการติดต่อ | ต้องมี |
| รายงาน | nice to have |
| LINE integration | nice to have |
| Mobile app | แนะนำ |
เริ่มใช้ CRM ยังไง?
Step 1: เลือก CRM
เลือกที่เหมาะกับงบและความต้องการ
Step 2: ย้ายข้อมูลลูกค้าเข้าระบบ
- Export จาก Excel/สมุดจด
- Import เข้า CRM
- ตรวจสอบความถูกต้อง
Step 3: ตั้งค่า Pipeline
กำหนด stage ที่เหมาะกับงานขายของคุณ:
ตัวอย่าง: ใหม่ → ติดต่อแล้ว → มาดูแล้ว → สนใจ → เจรจา → จอง → โอนแล้ว
Step 4: ใช้ทุกวัน
- บันทึกทุกการติดต่อ
- ตั้ง reminder ทุกครั้ง
- update stage เมื่อลูกค้าเปลี่ยน
Step 5: ดูรายงาน
ทุกสัปดาห์/เดือน:
- ดูว่าปิดได้กี่ deal
- ลูกค้าหลุดตรงไหน
- ปรับปรุงการทำงาน
สรุป
CRM คือเครื่องมือที่ช่วยให้นักขายอสังหา:
- เก็บข้อมูลลูกค้าได้ครบ
- ไม่ลืมติดตาม
- เห็นภาพรวมการขาย
- ปิดได้มากขึ้น
ถ้าคุณมีลูกค้า 50 คนขึ้นไป และยังใช้สมุดจดหรือ Excel อยู่ ลองพิจารณา CRM ดู
บทความที่เกี่ยวข้อง
- คู่มือนักขายอสังหาริมทรัพย์ฉบับสมบูรณ์ 2026
- วิธีติดตามลูกค้าซื้อบ้าน A-Z
- Sales Pipeline คืออะไร? ทำไมนักขายบ้านต้องมี
- เทคนิคปิดการขายบ้าน: คู่มือฉบับนักขายมืออาชีพ
พร้อมลองใช้ CRM แล้วหรือยัง?
CRM ที่ออกแบบมาสำหรับนักขายอสังหาโดยเฉพาะ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เริ่มต้นได้ใน 5 นาที
บทความโดย Kaipung (ขายปัง) - ระบบติดตามลูกค้าสำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?
ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย
เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี