Closing Rate คืออะไร? วิธีคำนวณอัตราปิดการขายสำหรับนักขายอสังหา

Closing Rate คืออะไร? วิธีคำนวณอัตราปิดการขายสำหรับนักขายอสังหา

Closing Rate คืออัตราปิดการขาย เรียนรู้สูตรคำนวณ เกณฑ์มาตรฐาน และวิธีเพิ่ม Closing Rate สำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์

Kaipung Team 6 นาที

Closing Rate คืออะไร? วิธีคำนวณอัตราปิดการขายสำหรับนักขายอสังหา

“เดือนนี้ขายได้กี่หลัง?”

คำถามนี้บอกแค่ผลลัพธ์ แต่ไม่บอกว่าคุณทำได้ดีแค่ไหน

ถ้าขายได้ 5 หลังจากลูกค้า 10 คน กับขายได้ 5 หลังจากลูกค้า 100 คน ไม่เท่ากัน

นี่คือเหตุผลที่นักขายมืออาชีพต้องวัด Closing Rate

Closing Rate คืออะไร?

Closing Rate หรือ อัตราปิดการขาย คืออัตราส่วนระหว่างจำนวนการขายที่สำเร็จ กับจำนวนลูกค้าทั้งหมดที่คุณติดต่อ

พูดง่ายๆ คือ “จากลูกค้า 100 คน ขายได้กี่คน”

สูตรคำนวณ Closing Rate

Closing Rate (%) = (จำนวนที่ปิดได้ ÷ จำนวนลูกค้าทั้งหมด) × 100

สูตรคำนวณ Closing Rate

ตัวอย่าง

เดือนลูกค้าทั้งหมดปิดการขายได้Closing Rate
ม.ค.20315%
ก.พ.25520%
มี.ค.30930%

จากตาราง เดือน มี.ค. มี Closing Rate สูงสุด แปลว่าประสิทธิภาพการขายดีที่สุด

ทำไม Closing Rate สำคัญ?

1. วัดฝีมือจริง ไม่ใช่แค่ดวง

นักขายที่ได้ลูกค้ามาก อาจขายได้มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเก่งกว่า

Closing Rate บอกว่า “จากโอกาสที่มี ทำได้ดีแค่ไหน”

2. รู้ว่าต้องปรับปรุงอะไร

  • Closing Rate ต่ำ = ทักษะปิดการขายต้องพัฒนา
  • Closing Rate สูงแต่ยอดต่ำ = ต้องหาลูกค้าเพิ่ม

3. วางแผนเป้าหมายได้

ถ้ารู้ว่า Closing Rate เฉลี่ย 20% และต้องการขาย 10 หลัง/เดือน:

ลูกค้าที่ต้องมี = 10 ÷ 0.20 = 50 คน

4. เปรียบเทียบกับตัวเอง

ดู trend ว่าฝีมือดีขึ้นหรือแย่ลง ไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น

Closing Rate มาตรฐานของนักขายอสังหา

เกณฑ์ทั่วไป

Closing Rateระดับความหมาย
5-10%ต่ำต้องพัฒนาทักษะปิดการขาย
15-20%ปานกลางมาตรฐานนักขายทั่วไป
25-30%ดีนักขายที่มีประสบการณ์
35%+ดีเยี่ยมTop Performer

เกณฑ์มาตรฐาน Closing Rate

💡 หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ย อาจต่างกันตามประเภทโครงการและราคาบ้าน

ปัจจัยที่มีผลต่อ Closing Rate

ราคาบ้าน:

  • บ้านราคาต่ำ (< 3 ล้าน) → Closing Rate สูงกว่า
  • บ้านราคาสูง (> 10 ล้าน) → Closing Rate ต่ำกว่า (ตัดสินใจนานกว่า)

ประเภทลูกค้า:

  • Walk-in จากโฆษณา → Closing Rate ต่ำกว่า
  • Referral จากลูกค้าเก่า → Closing Rate สูงกว่า

ช่วงเวลา:

  • ช่วงโปรโมชั่น → Closing Rate สูงขึ้น
  • ช่วงเศรษฐกิจชะลอ → Closing Rate ต่ำลง

วิธีคำนวณ Closing Rate อย่างถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดช่วงเวลา

เลือกว่าจะวัดรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส

แนะนำ: วัดรายเดือนเพื่อดู trend

ขั้นตอนที่ 2: นับจำนวนลูกค้า

นับเฉพาะลูกค้าที่ “มีโอกาสขาย” ไม่ใช่ทุกคนที่โทรมา

นับ:

  • ลูกค้าที่มาดูบ้าน
  • ลูกค้าที่ขอใบเสนอราคา
  • ลูกค้าที่คุยเรื่องสินเชื่อ

ไม่นับ:

  • คนโทรถามราคาแล้วหาย
  • คนสอบถามที่ไม่ใช่ Target

ขั้นตอนที่ 3: นับจำนวนที่ปิดได้

นับเฉพาะที่ “ปิดจริง” ไม่ใช่แค่จอง

นับ:

  • เซ็นสัญญาซื้อขาย
  • โอนกรรมสิทธิ์

ไม่นับ:

  • จองแล้วยกเลิก
  • สินเชื่อไม่ผ่าน

ขั้นตอนที่ 4: คำนวณ

Closing Rate = (ปิดได้ ÷ ลูกค้าที่มีโอกาส) × 100

ตัวอย่างการคำนวณ

ข้อมูลเดือน ม.ค.:

  • คนโทรถามราคา: 50 คน
  • คนมาดูบ้าน: 20 คน ← ใช้ตัวนี้
  • ปิดการขายได้: 4 คน

Closing Rate = (4 ÷ 20) × 100 = 20%

วิธีเพิ่ม Closing Rate

1. คัดกรองลูกค้าให้ดีขึ้น

ใช้ Lead Scoring เพื่อโฟกัสลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสูง

ไม่ต้องเสียเวลากับคนที่ไม่พร้อม

2. ติดตามอย่างสม่ำเสมอ

ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ซื้อในครั้งแรก ต้องติดตามอย่างเป็นระบบ

ลูกค้าหลายคนตัดสินใจซื้อหลังการติดตามหลายครั้ง แต่นักขายจำนวนมากหยุดติดตามเร็วเกินไป

3. พัฒนาทักษะปิดการขาย

เรียนรู้เทคนิคปิดการขายหลายๆ แบบ

ไม่ใช่ทุกลูกค้าจะตอบสนองกับเทคนิคเดียวกัน

4. เข้าใจ Objection

ลูกค้าบอก “ขอคิดก่อน” “แพงไป” “เปรียบเทียบก่อน”

ต้องรู้วิธีตอบแต่ละ Objection อย่างมืออาชีพ

5. สร้างความเร่งด่วน

  • โปรโมชั่นใกล้หมด
  • ยูนิตเหลือน้อย
  • ราคาจะปรับขึ้น

ต้องสร้างเหตุผลให้ตัดสินใจวันนี้ (โดยไม่กดดัน)

6. ใช้ระบบ CRM

หากคุณยังไม่รู้ว่าCRM คืออะไร ลองอ่านดูก่อน ระบบ CRM ช่วยให้ไม่ลืมติดตาม ไม่หลุดลูกค้า

📦 Kaipung (ขายปัง) มี Dashboard แสดง Closing Rate อัตโนมัติ ช่วยให้ติดตามผลงานได้ง่าย

ติดตาม Closing Rate อย่างไร

วิธีที่ 1: Excel / Google Sheets

สร้างตารางง่ายๆ กรอกข้อมูลทุกเดือน

เดือนลูกค้าปิดได้Rate
ม.ค.20315%
ก.พ.25520%
มี.ค.30930%

ข้อดี: ฟรี ใช้ง่าย ข้อเสีย: ต้องกรอกเอง อาจลืม

วิธีที่ 2: ระบบ CRM

ระบบ CRM จะคำนวณให้อัตโนมัติจากข้อมูลที่บันทึก

ข้อดี: แม่นยำ ประหยัดเวลา ดูย้อนหลังได้ ข้อเสีย: มีค่าใช้จ่าย

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

1. นับลูกค้าผิดประเภท

นับทุกคนที่โทรมา รวมถึงคนที่แค่ถามราคา → Closing Rate ต่ำเกินจริง

แก้: นับเฉพาะ Qualified Leads (ลูกค้าที่มีโอกาสซื้อ)

2. ไม่นับ Lost Deals

นับเฉพาะที่ชนะ ลืมนับที่แพ้ → Closing Rate สูงเกินจริง

แก้: บันทึกทุก Deal ทั้งที่ได้และไม่ได้

3. เปรียบเทียบข้ามประเภท

เอา Closing Rate ขายบ้านหรู เปรียบกับขายทาวน์โฮม → ไม่ยุติธรรม

แก้: เปรียบเทียบในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น

4. หมกมุ่นกับตัวเลขมากไป

Closing Rate 50% จากลูกค้า 10 คน vs 20% จากลูกค้า 100 คน

คนที่ 2 ขายได้มากกว่า!

แก้: ดู Closing Rate ควบคู่กับยอดขายจริง

สรุป: Closing Rate สำคัญอย่างไร

  • Closing Rate = อัตราปิดการขาย วัดประสิทธิภาพการขาย
  • สูตร: (ปิดได้ ÷ ลูกค้าทั้งหมด) × 100
  • มาตรฐาน: 15-20% สำหรับนักขายทั่วไป
  • เพิ่ม Closing Rate: คัดกรองดี + ติดตามสม่ำเสมอ + พัฒนาทักษะปิด
  • ติดตาม: ใช้ Excel หรือระบบ CRM

เริ่มต้นวันนี้: คำนวณ Closing Rate เดือนที่แล้ว แล้วตั้งเป้าเพิ่ม 5% เดือนหน้า


อยากดู Closing Rate แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องกรอก Excel เอง?

ลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน →

ระบบจัดการลูกค้าที่คำนวณ Closing Rate ให้อัตโนมัติ พร้อม Dashboard ดูผลงานทีมทั้งหมด


บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นใช้งาน?

ทดลองใช้ Kaipung ฟรี 14 วัน ยกเลิกก่อนครบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี